ทองคำพุ่งเหนือ 4,760 ดอลลาร์: สงครามอิหร่านและการเจรจาที่อาจเปลี่ยนเกมการเงินโลก
ราคาทองคำโลก ยังคง ทรงตัว อยู่เหนือระดับ 4,760 ดอลลาร์ ต่อ ออนซ์ หลังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน ขณะที่ market participants และ นักลงทุน จับตาการ เจรจา ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านในวันเสาร์นี้ ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการยุติ สงครามในตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเขามองในแง่ดีต่อความเป็นไปได้ในการบรรลุ agreement กับเตหะราน แม้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็น เส้นทางเดินเรือเชิงกลยุทธ์ ยังคงปิดอยู่ และอิสราเอลยังคง โจมตี เป้าหมายในเลบานอน ทำให้ ความมั่นคงของข้อตกลงหยุดยิง ยังเปราะบาง
ในช่วงเช้าวันศุกร์ (10 เม.ย.69) ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ 4,766.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นราว 2.5% จากระยะ 3 วันก่อนหน้า ขณะที่ เงินคำขาว และ platinum group metals อย่าง แพลทินัม และ แพลเลเดียม แทบไม่เคลื่อนไหว สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนตลาดยังเน้นที่ทองคำซึ่งเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย ในช่วงความไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะฟื้นตัวช่วงสั้น แต่ การร่วงลงสะสม ของทองคำนับตั้งแต่เริ่มสงครามยังอยู่ที่เกือบ 10% เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนจำเป็นต้อง sell assets เพื่อชดเชย ผลขาดทุน จากตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าในภาวะวิกฤต ทองคำไม่ได้ทำหน้าที่เป็น 'ที่พึ่ง' ได้เสมอไป
สงครามที่ยืดเยื้อเพิ่ม ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทั่วโลก ทำให้ central banks หลายแห่งอาจชะลอแผน ลดอัตราดอกเบี้ย หรือแม้แต่พิจารณา ขึ้นดอกเบี้ย อีกครั้ง — ซึ่งเป็นข่าวร้ายต่อทองคำ เพราะสินทรัพย์นี้ไม่ให้ ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย และมักอ่อนแรงเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำในระยะสั้นคือ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot ลดลง 0.2% หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐบ่งชี้ว่า consumer spending เดือนกุมภาพันธ์แทบไม่เติบโต ทั้งที่ เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงความตึงเครียดทางการเงินในภาคประชาชน
ความเคลื่อนไหวของตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดต่อ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคม ที่จะเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ เพราะอาจชี้ทิศทางนโยบายการเงินของ Federal Reserve ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ ตลาดการเงินทั่วโลก — และนักลงทุนกำลังถือหายใจรอ
ทองคำพุ่งเพราะดอลลาร์อ่อน ไม่ใช่เพราะ 'ปลอดภัย' แล้วนะ ยุคนี้ สินทรัพย์ปลอดภัย กลายเป็นแค่เรื่องของ currency movement การเคลื่อนไหวของสกุลเงิน มากกว่าเหตุการณ์จริง
เราขายทองแท่งวันนี้ราคาพุ่งอีกแล้ว ลูกค้ามากันตั้งแต่เช้า บอกว่า 'กลัวสงครามลาม' แต่จริง ๆ แล้วคงแค่ speculative buying ซื้อเก็งกำไร กันชั่ววูบ
จำตอนที่ทองร่วง 10% ได้ไหม? คนหลายกลุ่มขายทองไปช่วยตัวเอง บางคนขายบ้าน บางคนปิดร้าน นี่ไม่ใช่แค่ market data ตัวเลขในตลาด มันคือชีวิตจริงของคนจำนวนมาก
ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก ทองคำอาจร่วงแรงกว่าเดิม แต่ถ้าเจรจาสหรัฐ-อิหร่านล้มเหลว ความกลัวจะกลับมา และราคาอาจ spike overnight พุ่งในข้ามคืน ได้เหมือนไฟไหม้ฟาง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทองคำผันผวน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ consumer spending stagnation การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่หยุดนิ่ง — มันบอกว่าเศรษฐกิจโลกไม่แข็งแรงอย่างที่ใคร ๆ คิด
แล้วทำไมราคาในไทยไม่ขึ้นเท่าโลกเลย? ทองคำแท่งขายปลีกบ้านเราแค่ 35,000 บาท ทั้งที่ ราคาโลก เกือบ 4,800 ดอลลาร์แล้ว ค่า exchange rate แลกเปลี่ยน ไม่พออธิบายนะ
ผมถือทองแท่งมาตั้งแต่ปี 45 ผ่านวิกฤตมาทุกยุค ยิ่งวุ่นวายแบบนี้ ยิ่งต้องถือไว้ ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร แต่เพราะ ความมั่นใจในจิตใจ นี่แหละคือ true value คุณค่าที่แท้จริง ของทอง
พึ่งตื่นมาดูกราฟ เห็น ราคาพุ่ง แล้วอยากเข้า แต่รออยู่ดี รอฟัง CPI data ข้อมูลเงินเฟ้อ และผลเจรจาเสาร์นี้ก่อน อย่าลืมว่า อารมณ์ตลาด วันนี้ผันผวนมาก