แบตใหม่จากจีน วิ่งได้ไกล 2 เท่า ทนหนาวถึง -70°C เตรียมเปลี่ยนโลกเทคโนโลยี?
เคยไหม หนาวจนมือถือดับกลางอากาศ แบตเตอรี่จาก 40% หายวับไปเหลือ 0% ภายในไม่กี่วินาที? ไม่ใช่เพราะเครื่องเสีย แต่เพราะ lithium battery กลัวความเย็นนั่นเอง ปัญหานี้ดูเล็กน้อยกับมือถือ แต่กลายเป็นอุปสรรคใหญ่เมื่อย้ายมาอยู่ใน รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV
สารละลายภายในแบตที่เรียกว่า อิเล็กโทรไลต์ เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ ไอออน เคลื่อนที่ แลกเปลี่ยนพลังงาน แต่เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง สารเหล่านี้จะเริ่มข้นเหมือน honey ที่ถูกแช่แข็ง ไอออนเคลื่อนที่ช้า แบตจ่ายไฟไม่พอ ชาร์กช้า แถมระยะทางวิ่งของรถอาจ หดหาย ไปกว่าครึ่งในประเทศหนาวอย่าง นอร์เวย์ หรือ แคนาดา
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย หนานไค ในเมืองเทียนจิน ร่วมกับสถาบันพลังงานอวกาศเซี่ยงไฮ้ (SISP) ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพัฒนา อิเล็กโทรไลต์ใหม่ จากสาร hydrofluorocarbon หรือ HFC — สารประกอบของ ไฮโดรเจน, ฟลูออรีน และ คาร์บอน — ที่ไม่เพียงทำงานได้ดีในความเย็นจัด แต่ยังเพิ่ม ความหนาแน่นพลังงาน ได้ถึง 2-3 เท่า
ตัวเลขช็อกวงการ: แบตเตอรี่ทั่วไปให้พลังงานประมาณ 73-136 Wh/lb ในอุณหภูมิห้อง แต่อิเล็กโทรไลต์ HFC ใหม่ยกระดับไปถึง 317 Wh/lb — นั่นคือ วิ่งได้ไกลกว่าเดิม 2-3 เท่า โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดแบต แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือประสิทธิภาพในความหนาว แบตทั่วไปพังเมื่ออุณหภูมิ -20°C แต่ตัวใหม่นี้ยังทำงานได้จนถึง -70 องศาเซลเซียส และรักษาความหนาแน่นพลังงานได้ถึง 181 Wh/lb ที่ -46°C ซึ่งหนาวกว่า Antarctica เสียอีก
ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่เกมของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังกระทบต่อ โดรน ที่จะบินได้นานขึ้น หุ่นยนต์ที่ทำงานในขั้วโลก หรือแม้แต่ satellite ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิรุนแรงในวงโคจร ทุกเทคโนโลยีที่พึ่งพาแบตเตอรี่จะได้ประโยชน์
แต่ยังมี ข้อจำกัด: จุดเดือดของอิเล็กโทรไลต์ตัวนี้ยังต่ำ อาจไม่ทนต่อความร้อนจัด หมายความว่าในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่อุณหภูมิพุ่งเกิน 40°C การใช้งานจริงอาจยังมีปัญหา ทีมวิจัยยอมรับว่าต้องพัฒนาต่อ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้น laboratory scale ยังไม่ถึงขั้นผลิตเชิงพาณิชย์ แต่การตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร เนเจอร์ ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า นี่ไม่ใช่แค่ความหวังลอยๆ แต่เป็น ก้าวสำคัญ ที่อาจเปลี่ยนโลกได้จริง
ถ้าจริงตามนี้ อนาคตผมไม่ต้องลากสายชาร์จไปไหนอีกแล้ว แบตมือถือใช้ได้ 2 วัน ก็จะกลายเป็นสัปดาห์นึง dream ความฝัน ของคนติดมือถือแบบผมใกล้เป็นจริงแล้ว
ผมทำงานในโครงการวิจัย Antarctic แอนตาร์กติก แบตหุ่นยนต์ที่เราใช้ต้องเปลี่ยนบ่อยมาก เพราะความหนาวจัด ถ้าใช้อันนี้ได้จริง งานวิจัยจะก้าวหน้าเร็วขึ้นหลายเท่า
ฟังดูเทพมาก แต่ประเทศไทยจะได้ใช้ไหม? 35 องศา ยังไม่ถึงจุดเดือดของสารนี้เลย ถ้าใน extreme heat ความร้อนสุดขีด มันระเหยหรือเสถียรภาพต่ำ ก็จบนะ เดี๋ยวรถ EV ของเราจะกลายเป็นกระป๋องน้ำแข็ง
สาร HFC เคยใช้ใน สารทำความเย็น มาก่อน แต่มีปัญหาเรื่อง global warming ภาวะโลกร้อน หวังว่าสารตัวนี้จะไม่ซ้ำรอย อย่าให้เราแก้ปัญหาหนึ่ง แล้วสร้างปัญหาใหญ่กว่า
ผมซื้อ Tesla เทสลา ไปเมื่อปีก่อน หน้าหนาวในภาคเหนือ แบตหายไป 40% ในไม่กี่ชั่วโมง ถ้าเทคโนโลยีนี้มาเร็วๆ นี้ ผมจะอัปเกรดทันที
ฟังก็เยี่ยม แต่คำถามคือ production cost ต้นทุนการผลิต เท่าไร?
ผมเคยทิ้งมือถือไว้ในรถช่วงหน้าหนาวใน Chiang Rai เชียงราย กลับมาอีกทีดับสนิท ต้องเอาไปให้ร้อนๆ ถึงจะติด ถ้าแบตเก่งขนาด -70°C ได้ ผมไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
ทุกวันนี้เรากำลังดิ้นรนกับแบตที่หมดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น แล็ปท็อป, smartphone สมาร์ทโฟน หรือ จักรยานไฟฟ้า ถ้าพลังงานเพิ่ม 2-3 เท่าโดยไม่เพิ่มขนาด ความเปลี่ยนแปลงจะไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็น วิถีชีวิต ของเราเลย