สวนเบญจกิตติ ฟอร์ เบตเตอร์ เฮลท์: ก้าวเล็ก ๆ ที่อาจเปลี่ยนสุขภาพคนกรุงเทพฯ ได้
เปิดตัว อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ พื้นที่สันทนาการใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ อย่าง สวนเบญจกิตติ ฟอร์ เบตเตอร์ เฮลท์ โครงการความร่วมมือระหว่าง Bangkok Metropolitan Administration , สถานทูตเดนมาร์ก และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ที่ผุดขึ้นในสวนเบญจกิตติ พร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้ง ทันสมัย เพื่อสนับสนุน วิถีชีวิตที่สุขภาพดี และต่อสู้กับ โรคอ้วน ที่กำลังระบาดในเมืองใหญ่
ตัวเลขชี้ชัดว่า คนไทยกว่า ร้อยละ 45 อยู่ในภาวะ น้ำหนักเกิน หรือ อ้วน และในกรุงเทพฯ อัตรานี้พุ่งสูงถึง ร้อยละ 58 ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือ ปัจจัยเสี่ยง ต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น diabetes , โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตเรื้อรัง และ โรคตับคั่งไขมัน ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญผิดปกติ หรือที่เรียกว่า MASH โดยเกือบ หนึ่งในสาม ของผู้ป่วยโรคอ้วนกำลังเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อยู่แล้ว
แนวคิดของพื้นที่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก โคเปนเฮเกน เมืองต้นแบบแห่งการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ กับโครงการ Cities for Better Health โดยเฉพาะพื้นที่ สปอร์ 10 ที่เปิดพื้นที่ออกกำลังกายให้ทุกคนใช้ฟรี ไม่แบ่งแยกชั้น ไม่แบ่งแยกวัย ซึ่งกรุงเทพฯ กำลังนำโมเดลนี้มาปรับใช้ เพื่อเพิ่ม การเข้าถึง กิจกรรมทางกายในพื้นที่สาธารณะ ที่วิจัยยืนยันว่าช่วยให้คนมี ผลลัพธ์ด้านน้ำหนักที่ดีขึ้น
คุณ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่า นี่คือก้าวสำคัญในการทำให้ สุขภาพดี กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ที่ทันสมัยและปลอดภัยจะช่วยให้ ทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าเด็ก วัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้สูงอายุ สามารถ exercise และ เสริมสร้างความแข็งแรง ได้ง่ายขึ้น ส่วนทางการทูตเดนมาร์กมองว่า นี่คือตัวอย่างของ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เน้นเรื่อง ความเป็นอยู่ที่ดี มากกว่าแค่การทูตแบบเดิม ๆ
สำหรับ โนโว นอร์ดิสค์ บริษัทผู้ผลิตยารักษาเบาหวานและน้ำหนักเกิน โครงการนี้สะท้อนปรัชญาที่ว่า prevention สำคัญกว่าการรักษาเพียงอย่างเดียว การส่งเสริมให้คน เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น เป็นหนึ่งทางออกที่ยั่งยืนในการจัดการ โรคเมแทบอลิก ระดับประชากร
แม้จะดูเป็นข่าวดีที่มี ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ที่ชัดเจน แต่คำถามคือ แล้วพื้นที่แบบนี้จะมีแค่ one park หรือไม่? เมื่อกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอและกระจุกตัว โครงการนี้อาจเป็นเพียง ก้าวเล็ก ๆ ที่ต้องตามด้วยนโยบายเมืองที่เปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมเมือง อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสวนสาธารณะ ปรับภูมิทัศน์ให้เดิน-ปั่นได้ หรือออกแบบเมืองให้สนับสนุนสุขภาพโดยธรรมชาติ
สวนนี้อยู่ใกล้บ้านผมเลย ไปลองเล่นอุปกรณ์มาแล้ว ดีจริง ๆ well-designed ออกแบบมาดี ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีโค้ชก็ออกกำลังกายได้
โรคอ้วน ไม่ใช่แค่เรื่อง individual choice ทางเลือกส่วนบุคคล แต่เป็น ปัญหาระบบ การที่ การวางผังเมือง ไม่สนับสนุนกิจกรรมทางกาย ก็เท่ากับผลักคนให้ อยู่นิ่ง ๆ อยู่แล้ว
ดีใจที่เริ่มเห็น สุขภาพเชิงป้องกัน มากขึ้น แต่หวังว่าจะไม่ใช่แค่ publicity stunt ทำเพื่อภาพลักษณ์ แล้วเงียบไปใน 3 เดือนนะ
โคเปนเฮเกน เขาทำได้เพราะเมืองเล็กและ bike-friendly เป็นมิตรกับจักรยาน กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ ร้อน ฝุ่นเยอะ ถ้าไม่แก้ที่ปัญหาพื้นฐาน โครงการแบบนี้ก็แค่ ปิดจุดรั่ว ไปวัน ๆ
ลูกสาววัย 10 ขวบไปเล่นกับเพื่อนที่สวนนี้ทุกเย็น ดีใจมากที่มี พื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย ให้เด็กได้ run and play วิ่งเล่น แทนนั่งดู หน้าจอ ทั้งวัน
พอดีไปยืนดูคนเล่นอุปกรณ์ เห็นคนวัย 60+ กำลัง ทำสควอท อยู่ รู้สึกปลื้มมากที่เห็นวัยเกษียณ stay active ยังแอคทีฟ ได้
ถามจริง ๆ ใครจะไปได้ทุกวันล่ะ? คนทำงานกลับบ้านดึก วันหยุดก็อยากนอน convenience ความสะดวก สำคัญนะ ถ้าจะให้เวิร์ก ต้องมีแบบนี้ในทุกเขต ไม่ใช่แค่ใจกลางเมือง
การออกแบบเมือง ควรเริ่มจาก human health สุขภาพของคน ไม่ใช่แค่ การจราจร และ อสังหาฯ โครงการนี้น่าสนใจ แต่ต้องขยายผลเป็น นโยบายระดับเมือง ถึงจะเปลี่ยนอะไรได้จริง